บ้านน้ำบุ้น ม.3

บ้านน้ำบุ้น ม.3

ประวัติชุมชน
          บ้านน้ำบุ้น หมู่ที่ 3 ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 47120 บันทึกโดยพ่อเฒ่าใน เสมอพิทักษ์ โดยการบอกเล่าประวัติหมู่บ้านจากพ่อเฒ่าไตย อัมวงศ์ และ พ่อเฒ่าโงด อัมวงศ์และท่านยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยผู้ที่ร่วมก่อตั้งบ้านน้ำนั้น ได้ย้ายมาจากบ้านช้างมิ่ง ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณนิคม จังสกลนครซึ่งการย้ายมาครั้งนี้ มาด้วยกัน 4 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 15 ครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย

          กลุ่มที่ 1. ได้แก่ พ่อเฒ่าทับ อัมวงศ์ พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าเหลี่อม สัพโส พร้อมบุตรหลาน
พ่อเฒ่าแทน สมจันทร์ พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าทัน สมจันทร์ พร้อมบุตรหลาน
          กลุ่มที่ 2 ได้แก่ พ่อเฒ่ากะลอม ไม่ทราบนามสกุล พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าพา พรมพา พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าสอน เหลาทอง พร้อมบุตรหลาน
                               เณรสุข วรรณวงศ์ พร้อมบุตรหลาน
          กลุ่มที่ 3 ได้แก่ พ่อเฒ่า เชียงมุล พรมมี พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าเพ็ง พรมมี พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าเสาร์ พรมมี พร้อมบุตรหลาน
          กลุ่มที่ 4 ได้แก่ พ่อเฒ่าไตย อัมวงศ์ พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าต่อม อัมวงศ์ พร้อมบุตรหลาน
                               พ่อเฒ่าหนู ไม่ทราบนามสกุล พร้อมบุตรหลาน
          สถานที่ตั้งหมู่บ้านนั้นเป็นที่ทุรกันดารมาก การเดินทางไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ นั้นเป็นไปดัวยความลำบากเพราะอยู่ห่างจากหมู่บ้านอื่นๆ หรือหมู่บ้านข้างเคียง ประมาณ 10-15 กิโลเมตร และยังเป็นป่าทึบ มีต้นไม้น้อยใหญ่มากมายคล้ายกับป่าดงดิบมีสัตว์ป่าซุกชุมมาก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง อาทิเช่น ไข้ป่าเพราะมียุงมากทำให้ผู้คนในหมู่บ้านเป็นไข้ป่า (มาลาเรีย) จำนวนมาก การรักษาก็รักษาตามมีตามเกิดรักษากันแบบของชาวบ้านการติดตามหมอก็ลำบากกว่าหมอจะมาถึงก็ใช้เวลาหลายวันถ้าใครโชคไม่ดีก็ตายก่อนที่หมอจะมาถึงเพราะการเดินทางในสมัยก่อนนั้นต้องเดินดัวยเท้าบางครั้งเดินทั้งวันก็ไม่เจอใคร
จนกระทั่ง 6-7 ปีต่อมาไข้ป่าในหมู่บ้านจึงได้ลดลง แต่ก็ไม่หมดไปเลยทีเดียว ทำให้ผู้คนโยกย้ายไปอยู่ที่อื่นกันเกือบหมด จากที่มี 15 ครอบครัว เหลืออยู่เพียง 6-7 ครอบครัวเท่านั้นที่ยังไม่ยอมย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น แต่คนทั้ง 6-7 ครอบครัวที่เหลือก็ต่อสุ้กับปัญหาต่างๆ มากมาย บางครั้งเกิดไฟป่าโหมเข้าไหม้บ้านเรือนผู้คนและวัดวาอารามเสียหายไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ย่อท้อยังคงรวมตัวกันต่อสู้ต่อไป เพราะยังเสียดายพวกสวนไร่นาที่ทำไว้

          อีก 8-9 ปีต่อมาผู้คนในหมู่บ้านก็เหลืออยู่ 6 ครอบรัวเท่านั้นแต่ผู้คนในหมู่บ้านก็ต่อสู้กันต่อไปในอีก 10 ปีต่อมาได้มีประชากรในหมู่บ้านเพิ่มขึ้นอีกเป็น 7 ครอบครัวแต่การเจ็บป่วยก็ยังไม่ลดลงทำให้ประชากรในหมู่บ้านยังคงอยู่เท่าเดิมและในเวลา 11-12 ปีต่อมาก็มีผู้คนย้ายเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 8 ครอบครัว
สาเหตุที่ประชากรในหมู่บ้านไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควรนั้นเพราะคนในหมู่บ้านไม่ชอบให้คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่ด้วยแต่ถ้าคนถิ่นอื่นจะเข้ามาอยู่ด้วยนั้นจะต้องรับการรับรองจากคนในหมู่บ้านหรือญาติพี่น้องในหมู่บ้านเป็นคนรับรองจึงเข้ามาอยู่ได้และยังสืบทอดเป็นประเพณีนั้นมาจนถึงทุกวันนี้
สำหรับขนบธรรมเนียมประเพณีนั้นชาวบ้านน้ำบุ้นนับถือประเพณีแบบชาวภูไทแบบอำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นถิ่นเดิมของบ้านน้ำบุ้นก่อนที่จะย้ายมา

ลักษณะภูมิประเทศ
          มีพื้นที่ประมาณ 4,808 ไร่ มีลักษณะหินลูกรัง ราบสูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลาดต่ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกันดังนี้
          ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 18 ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส
          ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านบะป่าคา หมู่ที่ 4 ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านหนองสนม หมู่ที่ 5 ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านตาดโตน หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสนม อำเภอวานรนิวาส